อังกฤษ-สหรัฐเปิดเจรจาเอฟทีเอรอบแรก

อังกฤษและสหรัฐเปิดการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ (FTA) รอบแรกในวันนี้ หวังบรรลุเอฟทีเอหลังจากสหราชอาณาจักร (ยูเค) ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิท

คณะเจรจาร่วม 100 คนของทั้งสองฝ่ายหารือกันทางไกลผ่านระบบวิดีโอ คาดว่าการเจรจารอบแรกจะกินเวลานาน 2 สัปดาห์ ครอบคลุมเรื่องการค้าสินค้าและบริการ การค้าดิจิทัล การลงทุน และการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก จากนั้นจะมีการเจรจารอบต่อไปหลังการพักทุก 6 สัปดาห์ นายวูดดี จอห์นสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐกล่าวว่า เอฟทีเอจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากเอาชนะโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เช่นเดียวกับนางเอลิซาเบธ ทรัสส์ รัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศที่ระบุว่า สหรัฐเป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุดของอังกฤษ การค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เศรษฐกิจอังกฤษฟื้นตัวจากความท้าทายอันเกิดจากไวรัสโคโรนา เธอและนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐจะเป็นผู้เปิดการเจรจาก่อนส่งไม้ต่อให้คณะเจรจา

รัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษมองเอฟทีเอกับสหรัฐว่า เป็นประโยชน์ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งของเบร็กซิท และอาจทำให้การค้าทวิภาคีระยะยาวมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 15,300 ล้านปอนด์ (ราว 616,435 ล้านบาท) จากปี 2561 ส่วนการค้าทวิภาคีปีที่แล้วมีมูลค่า 220,900 ล้านปอนด์ (ราว 8.9 ล้านล้านบาท) อังกฤษลงประชามติออกจากอียูเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 แต่เกิดการยืดเยื้อทางการเมืองทำให้กำหนดเบร็กซิทอย่างเป็นทางการเป็นถูกเลื่อนหลายครั้งมาเป็นวันที่ 31 มกราคมปีนี้ โดยมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลากำหนดความสัมพันธ์ใหม่หลังจากนั้น การเจรจารอบล่าสุดระหว่างอังกฤษและอียูยุติลงเมื่อวันที่ 24 เมษายน เพราะติดในประเด็นหลักอย่างเรื่องสิทธิการทำประมง การรักษามาตรฐานร่วมกัน และบทบาทของผู้พิพากษายุโรป